วิถีชีวิตของชาวพนมไพรริมฝั่งแม่น้ำชี
อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ประเทศไทย
แม่น้ำชีในเขตอำเภอพนมไพร เป็นช่วงกั้นแนวเขตระหว่างอำเภอเมืองจังหวัดยโสธร กับอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด ธรรมชาติบริเวณนี้ยังมีสภาพอุดมสมบูรณ์ทั้งสองฟากฝั่ง บริเวณกว้างเป็นที่ลุ่มต่ำเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจี ไม่มีบ้าน เรือนชาวบ้านปลูกอาศัยในพื้นที่นี้ เนื่องจากในฤดูน้ำหลากน้ำจะล้นแผ่ออกท่วมทั่วบริเวณนี้ทั้งสองฝากฝั่ง ทางฝั่งอำเภอพนมไพรมีพื้นที่รับน้ำชาวบ้านเรียกชีหลง แม้ฤดูแล้งก็ยังมีน้ำขังเป็นบริเวณกว้าง ป่าละเมาะรอบๆ จะเรียกว่าเป็น บุ่ง หรือดงป่าทาม (ป่าพรุ) ของชาวบ้านแถบนี้ก็ว่าได้
เพื่อป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก กรมชลประทานได้ทำฝายกั้นแม่น้ำชี ซึ่งก็คือเขื่อนกั้นน้ำนั่นเองเพียงแต่เรียกชื่อให้ต่างกัน ชื่อฝาย พนมไพร-ยโสธร บริเวณนี้จะมีปลาชุกชุมในฤดูกาลน้ำหลาก เพราะปลามีพฤติกรรมตามธรรมชาติที่ต้องการจะแหวกว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปยังต้นน้ำ สายน้ำที่ไหลทะลักลอดประตูเขื่อนมีเสียงดังซู่ก้องไปทั้งบริเวณ ชวนให้ปลามาชุมนุมเพื่อว่ายสู้กระแสน้ำเชี่ยวที่พุ่งแรงออกจากประตูเขื่อน
แต่ในช่วงฤดูแล้งเช่นนี้มีน้ำไหลล้นประตูเขื่อนเพียงน้อยนิด ไม่รุนแรง ทำให้สายน้ำหลังเขื่อนไหลเอื่อยเฉื่อย ชาวประมงส่วนใหญ่หยุดมหกรรมหาปลา มีเพียง เรือ 2-3 ลำ ลอยลำลงเบ็ด วางข่าย อยู่กลางลำน้ำที่เงียบสงบ ลุงต้าลี่ผ่านไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 53 นี้ เห็นเรือหาปลา และแพยกยอ จอดเรียงราย ริมฝั่งแม่น้ำชี เขตอำเภอพนมไพร จึงนำภาพชีวิต และทิวทัศน์แม่น้ำชีฤดูกาลนี้มาให้ดูกัน
แม่น้ำชี หนึ่งในแม่น้ำสายสำคัญของภาคอีสาน หรือภาคตะวันเฉียงเหนือ ตอนบนของประเทศไทย เป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากภูเขาพญาฝอ ในเขตอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ แล้วไหลผ่านอำเภอหนองบัวระเหว อำเภอบ้านเขว้า อำเภอเมือง อำเภอจัตุรัส อำเภอคอนสวรรค์ ของจังหวัดชัยภูมิ แล้วไหลผ่านอำเภอแก้งสนามนาง รอยต่อเขตจังหวัดนครราชสีมา, ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ที่อำเภอมัญจาคีรีและอำเภอชนบท ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ที่อำเภอโกสุมพิสัย ผ่านจังหวัดร้อยเอ็ดที่อำภออาจสามารถ ยโสธร แล้วไหลลงสู่แม่น้ำมูลฝั่งซ้ายตรงเส้นแบ่งเขตอำเภอวารินชำราบกับอำเภอเขื่องไน จังหวัดอุบลราชธานี
แม่น้ำที่ยาวที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยาว 765 กม.ก็คือแม่น้ำชีแต่ความสำคัญยังเป็นรองแม่น้ำมูล เนื่องจากไปสิ้นสุดบรรจบรวมกับแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานีเสียก่อน แม่น้ำมูลจึงกลายเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลลงแม่น้ำโขง
แม่น้ำชีเริ่มจากแม่น้ำสายเล็ก ๆ ผ่านจังหวัดต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น จะถูกสมทบกับลำน้ำสายย่อย ๆ หลายสาย เริ่มขยายกว้างขวางขึ้น กลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ น่าจะเป็นช่วงที่ผ่านอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม แต่ช่วงนี้เริ่มมีการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังในแม่น้ำ ไล่เรียงมาจนถึงเขตอำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด จนเคยมีปัญหาสิ่งแวดล้อมปลาตายเป็นเบือในลำน้ำ แต่ความสวยงามมีชายฝั่งตลิ่งสูง และมีหาดทราย จะเริ่มตั้งแต่อำเภออาจสามารถ และหาดทรายจะสวยงามมากที่อำเภอพนมไพร ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอเมือง จังหวัดยโสธร และแม่น้ำสายนี้จะกว้างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
ความสวยงาม และภาพชีวิตคนหาปลาริมฝั่งแม่น้ำชี ในเขตอำเภอพนมไพร ถูกซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ นักท่องเที่ยวผ่านไปผ่านมาระหว่าง กรุงเทพฯ จังหวัดนครราชสีมา กับจังหวัดยโสธร ต่างก็ผ่านเลยไม่ได้แวะเข้าไปเที่ยว เพื่อดูความสวยงามของชายฝั่งแม่น้ำชีท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม และเงียบสงบในช่วงเวลานี้
หากไปเที่ยวในช่วงฤดูกาลน้ำหลากก็เห็นภาพชีวิตมหกรรมจับปลาในบริเวณนี้ ทำให้แม่น้ำชีเต็มไปด้วยเรือและการเหวี่ยงแหหาปลา รวมทั้งการลอยแพยกยอ ตลอดแนวฝั่งทั้งสองฟาก
ควรอย่างยิ่งที่ทางอำเภอพนมไพร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทุกระดับของจังหวัดร้อยเอ็ด น่าจะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของอำเภอพนมไพร สมกับคำขวัญที่ว่า “เมืองแสนล้านช้าง ต้นยางใหญ่สระขี้ลิง พระธาตุมิ่งขวัญรวมใจ บุญบั้งไฟเพ็ญเดือนเจ็ด รสเด็ดข้าวปุ้นซาว หาดทรายขาว มากปลาชี ผ้ามัดหมี่ไหมลือนาม” และจัดเตรียมความพร้อมในเรื่องที่พัก และงานบริการต่างๆ ของเอกชนไว้รองรับนักท่องเที่ยว โดยไม่ลืมที่จะรักษาสภาพแวดล้อม และสิ่งแวดล้อม ให้มีความสวยงามตามธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำชีให้คง อยู่คู่กับอำเภอพนมไพรตลอดไปด้วย
อีกประการหนึ่งก็ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรีบเข้ามารักษาพื้นที่เอาไว้ก่อนที่จะถูกบุกรุกเป็นปัญหาให้ตามแก้ไม่รู้จบเหมือนป่าพรุภาคใต้ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยกั้นแนวเขตรอบบริเวณพื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมเป็นป่าทาม(ป่าพรุ)ทั้งฝั่งพนมไพรและยโสธร ให้คงเป็นที่พื้นสาธารณะของประเทศชาติสืบต่อไป
ริมฝั่งแม่น้ำหลังเขื่อน(ฝาย) ในช่วงฤดูแล้ง ทางฝั่งจังหวัดยโสธรจะมีหาดทรายบางช่วง ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเพียงเรือหาปลาของชาวประมงจอดเรียงรายไร้ผู้คน เมื่อถ่ายภาพในบริเวณนี้ยามเช้าทางฝั่งจังหวัดยโสธร จะเห็นเรือจอดเรียงรายชัดเจน บนฝั่งก็มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบไม่มีบ้านคน จะเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามยังเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ใกล้เขื่อนมีเพิงพักอาศัยของชาวประมงอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่กี่ครอบครัว รอโอกาสที่น้ำหลากอีกหลายครอบครัวคงจะกลับมาเข้าเพิงพักอาศัยกันอีกครั้ง เพื่อจะจับปลากันได้อย่างเต็มที่
ชายฝั่งแม่น้ำชี เขตอำเภอพนมไพร หลังเขื่อนเป็นแนวตลิ่งชัน น้ำลึก จึงมีแพยกยอของชาวบ้านมาจอดเรียงรายตลอดแนว ถัดลงไปทางด้านใต้จะมีหาดทรายขาวสวยงามริมฝั่งน้ำ อันมีชื่อเสียงของ อ.พนมไพร ถึง 3 หาด คือ 1. หาดบ้านดอนเสาโฮง 2. หาดบ้านคูเชือก(ดอนคำ) และ 3. หาดบ้านโปร่ง
ในฤดูแล้งแพยกยอต่างหยุดการใช้งานเนื่องจากน้ำตื้นเขิน รอจนกว่าจะถึงฤดูกาลน้ำหลาก ก็จะมีฝูงปลาจะมาชุมนุมกันที่นี่(ท้ายเขื่อนน้ำไหลแรง) เมื่อถึงเวลานั้นชาวบ้านก็จะพากันย้ายแพออกไปผูกโยงให้ห่างจากฝั่ง เพื่อยกยอช้อนฝูงปลากันอย่างสนุกมือ และกินนอนกันอยู่บนแพนั้น ทำให้แม่น้ำชีในบริเวณนี้เต็มไปด้วยเรือลอยลำทอดแหหาปลา และแพยกยอลอยเกลื่อนแม่น้ำ เราจะได้เห็นภาพชีวิตมหกรรมการหาปลาของชาวบ้านในลุ่มแม่น้ำชี และเห็นความมีชีวิตชีวาในฤดูกาลน้ำหลากกับการทำมาหากินจับปลากันอย่างหน้าชื่นตาบานของชาวบ้าน สมกับคำว่าเมืองไทยเรานี้อุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”
ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลและรูปภาพ : ลุต้าลี่
http://www.oknation.net/blog/loongdali/2010/07/01/entry-1
ขอบคุณสำหรับการรับชมค่ะ











น่าไปมากกกกก
ตอบลบอยากไปปป
ตอบลบตุ๊หูวววว~
ตอบลบอยากไป นอ.
น่าสนใจๆ 5555
ตอบลบน่าไปจังเลยยยค่าาาาาาาา
ตอบลบ